1 แผนการจ ดการเร ยนร และประเม นผลการเร ยนร ฉบ บย อ รายว ชา ว30292 ส มมนาทางว ทยาศาสตร จานวน 1.0 หน วยก ต 2 คาบ/ส ปดาห ช นม ธยมศ กษาป ท 6 ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2555 อาจารย ผ สอน อาจารย สาขาว ชาฟ ส กส เคม ช วว ทยา คณ ตศาสตร และคอมพ วเตอร โรงเร ยนมห ดลว ทยาน สรณ 1. คาอธ บายรายว ชา ศ กษาค นคว างานว จ ย และเร องท น าสนใจท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ ศ กษาการอ านการว เคราะห ส งเคราะห ทางว ทยาศาสตร และจ บประเด นท สาค ญมา เร ยบเร ยงให เข าใจและนาเสนอผลการค นคว าโดยว ธ ให ส มมนาด วยการใช ส อม ลต ม เด ย ศ กษาว ธ การต งคาถาม ตอบคาถามและการอภ ปรายในเร องเก ยวก บว ทยาศาสตร เพ อให เก ดความร ความเข าใจ ม ท กษะกระบวนการ เจตคต เห นค ณค าทาง ว ทยาศาสตร สามารถนาความร ต าง ๆท ได จากส มมนามาประย กต ใช ให เก ดประโยชน ในการนาเสนองานท ม ค ณภาพและนาไปใช ในการพ ฒนาประเทศต อไป ศ กษาค นคว างานว จ ย และเร องท น าสนใจท งภาษาไทยและภาษาอ งกฤษ ศ กษาการอ านการว เคราะห ส งเคราะห ทางว ทยาศาสตร และจ บประเด นท สาค ญมา เร ยบเร ยงให เข าใจและนาเสนอผลการค นคว าโดยว ธ ให ส มมนาด วยการใช ส อม ลต ม เด ย ศ กษาว ธ การต งคาถาม ตอบคาถามและการอภ ปรายในเร องเก ยวก บว ทยาศาสตร เพ อให เก ดความร ความเข าใจ ม ท กษะกระบวนการ เจตคต เห นค ณค าทาง ว ทยาศาสตร สามารถนาความร ต าง ๆท ได จากส มมนามาประย กต ใช ให เก ดประโยชน ในการนาเสนองานท ม ค ณภาพและนาไปใช ในการพ ฒนาประเทศต อไป 2. ผลการเร ยนร ท คาดหว ง 1. เข าใจความสาค ญของการจ ดส มมนาได 2. ม ท กษะ และกระบวนการทางว ทยาศาสตร ในการอ านเพ อว เคราะห ส งเคราะห แล วจ บประเด นสาค ญของงานว จ ยมาเร ยบเร ยงให เก ดความเข าใจได 3. สามารถออกแบบส อและนาเสนอผลงานได อย างม ประส ทธ ภาพ 4. สามารถตอบคาถาม ต งคาถามและอภ ปรายงานว จ ยได 5. สามารถเข ยนรายงานทางว ทยาศาสตร ได ถ กต อง 6. สามารถวางแผนการทางานได ตามลาด บข นและบรรล เป าหมาย
2 3. กาหนดการสอนและจ ดประสงค การเร ยนร ส ปดาห ท คาบท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร 1 1-2 แ น ะ น า ร า ย ว ช า ส ม ม น า ท า ง ว ทยาศาสตร - ก าหนดว นน าเสนอผลงานและ ว ธ การนาเสนอผลงาน - การประเม นผลการเร ยนร รายว ชา 2 3-4 ว ธ การส บค นบทความว จ ย (research article) ว ธ การอ านบทความว จ ย การต ความ การสร ปใจความสาค ญ การเข ยนบทค ดย อและการเข ยน รายงานฉบ บสมบ รณ 3 5-6 ว ธ การพ ดส มมนาท ด และร ปแบบการ นาเสนอท ด และไม ด 4 7-8 ส บค นบทความว จ ย พบอาจารย ท 5 9-10 ปร กษาห วข อส มมนาแต ละสาขาว ชา และกาหนดลาด บการส มมนา - เข าใจความสาค ญของการจ ดส มมนา - เข าใจว ธ การว ดและประเม นผล รายว ชา ว ธ การสอน/ก จกรรม งานหร อการบ านท มอบหมาย ส อการสอน/แหล งการ เร ยนร - บรรยาย - แผนการจ ดการเร ยนร และประเม นผลการ เร ยนร - สามารถส บค นบทความว จ ยจาก แหล งส บค นได - สามารถอ าน ว เคราะห และสร ป ใจความจากบทความว จ ยท อ านได - บรรยาย - ส บเสาะหาความร - ปฏ บ ต - เล อกสาขาท ต องการส มมนา - PowerPoint - บทความว จ ย - แบบฟอร มการเข ยน รายงาน - สามารถเข ยนบทค ดย อได ถ กต องตาม - บรรยาย แบบฟอร มท กาหนดให ได - เข ยนเอกสารอ างอ ง ได - เข ยนรายงานฉบ บสมบ รณ ได ถ กต อง ตามแบบฟอร มท กาหนดให - อธ บายว ธ การท พ ดส มมนาท ด ได - บรรยายและสาธ ต - ต วอย างการส มมนาโดย น กเร ยนร นพ - สามารถส บค นบทความว จ ยจาก แหล งส บค นได - เตร ยมต วในการส มมนา - ส บเสาะหาความร - บทความว จ ย
ส ปดาห ท คาบท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร 6 11-12 นาเสนอการส มมนาคร งท 1 คร งละ 3-7 13-14 นาเสนอการส มมนาคร งท 2 คร งละ 3-8 15-16 นาเสนอการส มมนาคร งท 3 คร งละ 3-9 17-18 นาเสนอการส มมนาคร งท 4 คร งละ 3-10 19-20 นาเสนอการส มมนาคร งท 5 คร งละ 3- - ม ท กษะ และกระบวนการทาง ว ทยาศาสตร ในการอ านเพ อว เคราะห ส งเคราะห แล วจ บประเด นส าค ญของ งานว จ ยมาเร ยบเร ยงให เก ดความเข าใจ - สามารถออกแบบส อและนาเสนอ ผลงานได อย างม ประส ทธ ภาพ - สามารถเข ยนบทค ดย อได ถ กต อง - สามารถวางแผนการทางานได ตามลาด บข นและบรรล เป าหมาย - สามารถตอบค าถาม ต งค าถามและ อภ ปรายงานว จ ยได 11 21-22 สอบกลางภาค (23-27 กรกฎาคม 2555) 12 23-24 นาเสนอการส มมนาคร งท 6 คร งละ 3-13 25-26 นาเสนอการส มมนาคร งท 7 คร งละ 3-14 27-28 นาเสนอการส มมนาคร งท 8 คร งละ 3-15 29-30 นาเสนอการส มมนาคร งท 9 คร งละ 3-16 31-32 นาเสนอการส มมนาคร งท 10 คร งละ ว ธ การสอน/ก จกรรม งานหร อการบ านท มอบหมาย ส อการสอน/แหล งการ เร ยนร - นาเสนอการส มมนา - บทค ดย อบทความว จ ย - PowerPoint 3
4 ส ปดาห ท คาบท สาระการเร ยนร จ ดประสงค การเร ยนร ว ธ การสอน/ก จกรรม งานหร อการบ านท มอบหมาย 3-17 33-34 นาเสนอการส มมนาคร งท 11 คร งละ 3-18 35-36 นาเสนอการส มมนาคร งท 12 คร งละ 3-19 37-38 น าเสนอการส มมนาคร งท 13 คร งละ 3-20 39-40 สอบปลายภาค (24-28 ก นยายน 2555) ส อการสอน/แหล งการ เร ยนร 4. ร ปแบบการส มมนา 1. การส มมนาจะเป นภาษาไทย หร อภาษาอ งกฤษ 2. พ ดส มมนาคนละ 1 คร ง (พ ดรายบ คคล) โดยให น กเร ยนเล อกห วข อในการพ ดส มมนาจากวารสารทางว ชาการภาษาอ งกฤษ จ านวน 1 เร อง ซ งอาจารย ผ ด แลการ ส มมนาเห นแล วว าเหมาะสมและท นสม ยค อบทความท ต พ มพ ในป 2007-2012 3. ในการพ ดส มมนา 2 คาบเร ยน จะต องม ผ พ ดส มมนา 3-4 ห วข อ โดยใช เวลาในการน าเสนอส มมนา คร งละ 10-15 นาท ถามตอบ 10-15 นาท หร อท งน เวลาใน การตอบคาถามให ข นอย ก บด ลพ น จของอาจารย ผ ควบค มส มมนา รวมแล วไม เก น 25 นาท ต อ 1 ห วข อ 4. ในการส มมนาแต ละคร งจะต องม น กเร ยนทาหน าท ด งน 4.1 Moderator จานวน 1 คน ทาหน าท แนะนาผ ส มมนาและกระต นให ผ เข าร วมส มมนาซ กถาม 4.2 Time-keeper 1 คน ทาหน าท เต อนให ผ พ ดส มมนาทราบว าเหล อเวลา 5 นาท และหมดเวลา 5. ก อนการพ ดส มมนา น กเร ยนจะต องเตร ยม PowerPoint และบทค ดย อให อาจารย ท ปร กษาตรวจสอบความถ กต อง และทาการประชาส มพ นธ ห วข อท ตนเองจะ ส มมนาตามบอร ดประชาส มพ นธ 6. น กเร ยนต องเข าร วมฟ งส มมนาเป นภาษาอ งกฤษก บมหาว ทยาล ยอย างน อย 1 คร ง โดยคณะกรรมการว ชาส มนาว ทยาศาสตร จะเป นผ ดาเน นการต ดต อให
5 5. แผนการประเม นผลการเร ยนร และการมอบหมายงาน การสอนรายว ชา ว30292 ส มมนาทางว ทยาศาสตร ประจาภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2555 ม แผนการประเม นผลการเร ยนร เป นอ ตราส วน (ร อยละ) ด งน 5.1 ประเม นจากการเตร ยมต วก อนการให ส มมนา ร อยละ 15 ผ ประเม นค ออาจารย ท ปร กษาส มมนา 5.2 ประเม นจากการเข ยนบทค ดย อและเอกสารอ างอ ง ร อยละ 5 5.3 ประเม นจากการจ ดส มมนา เช น การเป นพ ธ กร ผ จ บเวลา ร อยละ 5 5.4 ประเม นจากการเข าร วมฟ งส มมนาและการต งคาถาม ร อยละ 5 5.5 ประเม นจากค ณล กษณะของน กเร ยน (จ ตพ ส ย) ร อยละ 10 5.6 ประเม นจากการให ส มมนา ร อยละ 40 ผ ประเม นค ออาจารย ในสาขาว ชาท เข าฟ งส มมนา ผ ประสานงาน หร อผ ทรงค ณว ฒ 5.7 ประเม นจากการทารายงาน ร อยละ 10 5.8 ประเม นจากการสอบปลายภาคเร ยน ร อยละ 10 ร อยละของคะแนนระหว างภาค : ร อยละของคะแนนปลายภาค = 90 : 10 ร อยละของคะแนนระหว างภาค = ร อยละของคะแนนสอบก อนกลางภาค + ร อยละของคะแนนสอบกลางภาค + ร อยละของคะแนนสอบหล งกลางภาค + ร อยละของคะแนนจ ตพ ส ย = 15 + 0 + 65 + 10 รายละเอ ยดการประเม นผลแต ละห วข อ เป นด งน
6 5.1 ประเม นจากการเตร ยมต วก อนการให ส มมนา (ร อยละ 15) 1. ม ความตรงต อเวลาในการพบอาจารย เพ อขอคาปร กษา 2. ความสม าเสมอของการปร กษาหาร อก บอาจารย ท ปร กษา 3. ความพยายามในการแสวงหาความร เพ อประกอบเร องท จะให ส มมนา 4. ความม งม นในการทางานและการเตร ยมพร อมก อนการให ส มมนา 5. นาเสนอส อท ใช ส มมนาให อาจารย ท ปร กษาพ จารณาก อนการนาเสนอจร ง 6. การประชาส มพ นธ ก อนการให ส มมนาล วงหน า 1 ส ปดาห 5.2 ประเม นจากการเข ยนบทค ดย อและเอกสารอ างอ ง (ร อยละ 5) 1. ความช ดเจนของบทค ดย อ อ านแล วเข าใจ 2. ความถ กต องของเน อหา 3. การสะกดคา 4. ความถ กต องของการเข ยนเอกสารอ างอ ง 5.3 ประเม นจากการจ ดส มมนา เช น การเป นพ ธ กร ผ จ บเวลา (ร อยละ 5) 1. การทาหน าท ของพ ธ กรเหมาะสม เช น พ ดจาเส ยงด ง ฟ งช ด ถ กต อง และม นใจ 2. การสร างบรรยากาศการส มมนา เช น ม การกระต นให ผ ฟ งซ กถาม 3. สามารถควบค มเวลาได 4. สามารถจ ดอ ปกรณ ให พร อมและเหมาะสมก บการพ ดส มมนา
5.4 ประเม นจากการเข าร วมฟ งส มมนาและการต งคาถาม (ร อยละ 5) การประเม นให ประเม นจากจานวนคร งของการเข าร วมฟ งส มมนาและคาถามท น กเร ยนถามผ ให การส มมนา ถ าน กเร ยนเข าฟ งส มมนาครบท กคร งได คะแนนร อยละ 2.5 และถ า ถามคาถามอย างน อย 3 คาถาม น กเร ยนได คะแนนร อยละ 2.5 ถ าน อยกว าน นน กเร ยนจะได คะแนนลดหล นก นไป 5.5 ประเม นจากค ณล กษณะของน กเร ยน (จ ตพ ส ย) (ร อยละ 10) 7 ห วข อการประเม น 1. การตรงต อเวลา 2. ความสนใจใฝ ร หร อ กระต อร อล นในการเร ยน 3. ความร บผ ดชอบ 4. มารยาทในการเข าร วมส มมนา (ไม หล บ ไม ค ย ไม เล นม อถ อ ทางานว ชาอ น ฯลฯ) 5. ความม ระเบ ยบ (การแต งกาย เคารพสถานท ) 6. ความใจกว างร วมแสดงความค ดเห นและร บฟ งความค ดเห นของผ อ น 5.6 ประเม นจากการให ส มมนา (ร อยละ 40) 1. ห วข อส มมนาท นาเสนอสอดคล องก บว ชาทางว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร คอมพ วเตอร และเทคโนโลย หร อใช ความร ทางว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร คอมพ วเตอร และเทคโนโลย มาอธ บายปรากฏการณ ต าง ๆ 2. ส อประกอบการให ส มมนาม ความน าสนใจ น าต ดตาม ทาให ผ ฟ งสนใจ 3. สไลด ม ความช ดเจน ขนาดอ กษรท ใช ประกอบในสไลด ไม เล กจนเก นไป สามารถ อ านง าย และม ความถ กต องของภาษา 4. ม การอ างอ งถ งแหล งท มาของข อม ลต างๆ เช น ร ปภาพท น กเร ยนนามาประกอบใน สไลด และม การเข ยนอ างอ งถ กต อง ด เย ยม (5) ด มาก(4) ด (3) ปานกลาง (2) ต องปร บปร ง (1)
8 5. การให ส มมนาม การจ ดลาด บความค ดในการนาเสนออย างเป นระบบ เช น ม บทน า บอกสาเหต ท มาของงานว จ ย ม การบอกว ตถ ประสงค ว ธ การทดลอง ผลการทดลอง และว จารณ ผลการทดลอง และสร ปผลได ช ดเจน 6. น กเร ยนสามารถน าความร ทางว ทยาศาสตร คณ ตศาสตร คอมพ วเตอร และ เทคโนโลย มาว เคราะห ว จารณ หร อส งเคราะห ผลการทดลองหร อข อม ลในเร องท ให ส มมนาได 7. น กเร ยนม ความรอบร และความเข าใจในเร องท ให ส มมนา 8. ความพร อมของการให ส มมนา 9. ให ส มมนาด วยบ คล กภาพท ด และม ความม นใจ 10. น กเร ยนสามารถตอบคาถาม ด วยความม นใจ ช ดถ อยช ดคา และกล าท จะแสดง ความค ดเห น 11. น กเร ยนสามารถแก ไขป ญหาเฉพาะหน า ในการให ส มมนาได 13. ให ส มมนาตามระยะเวลาท กาหนด 14. ความใจกว างร วมแสดงความค ดเห นและร บฟ งความค ดเห นของผ อ น 5.7 ประเม นจากการทารายงาน (ร อยละ 10) 1. ม การจ ดระบบการนาเสนอผลการศ กษาในรายงานอย างเป นลาด บ 2. การจ ดกระทาข อม ล การว เคราะห ข อม ล และการนาเสนอข อม ลม ความช ดเจน 3. ความถ กต องของเน อหาข อม ล เม อเท ยบก บบทความต นฉบ บ 4. การใช ศ พท ทางว ทยาศาสตร และความเข าใจในเร องท นาเสนอ 5. ความถ กต องของการสะกดคา 6. ความตรงเวลาในการส งรายงาน (กาหนดส งภายหล งการพ ดส มมนา 2 ส ปดาห ) ด เย ยม (5) ด มาก(4) ด (3) ปานกลาง (2) ต องปร บปร ง (1)
9 5.8 การประเม นจากการสอบปลายภาค (ร อยละ 10) เวลาท ใช ในการสอบ 90 นาท ห วข อ/เน อหาและล กษณะของข อสอบม รายละเอ ยดด งตาราง ห วข อ/เน อหาท ใช ในการสอบปลายภาค ล กษณะและจานวนข อสอบ จากบทค ดย อ การอภ ปราย การถาม-ตอบคาถามในช วงเวลาท ม การส มมนาของแต ละสาขาว ชา อ ตน ย 5-10 ข อ รวม อ ตน ย 5-10 ข อ หมายเหต หากม เวลาเหล อจากการส มมนา แต ละสาขาว ชาสามารถจ ดสอบในเวลาเร ยนได..